7 อุปนิสัย

posted on 25 May 2009 03:08 by biz4teen in Psycology



“7 อุปนิสัย สำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง The 7 Habits of Highly Effective people” คือผลงานของ ดร.สตีเฟน โควีย์ บุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกจากนิตยสารไทมส์ ให้เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลทางความคิดมากที่สุดคนหนึ่งของโลก งานเขียนชิ้นนี้ของเขานับเป็นหนังสือฮาวทูอีกเล่มที่ได้รับความนิยมสูง ตีพิมพ์เผยแพร่ไปแล้วทั่วโลกกว่า 38 ภาษา มียอดขายรวมกว่า 15 ล้านเล่ม อะไร?ทำให้หนังสือเล่มนี้มีคนอ่านมากมายขนาดนั้น คำตอบน่าจะอยู่ที่เนื้อหาของหนังสือ

เพราะเมื่อได้อ่านแล้วจะพบว่า ไม่ใช่เพียงผู้บริหารหรือมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจพันล้าน ที่ ดร. โควีย์ ต้องการให้อ่าน แต่เป็นคนทุกคนที่ควรอ่านและเมื่ออ่านแล้วจะสามารถนำสารที่เขาถ่ายทอดไว้มา ใช้ในชีวิตประจำวันได้หรือไม่ หากความเข้าใจมีมากพอ การเป็น “ผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง” ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากจนเกินไป


อุปนิสัย ทั้ง 7 ประกอบด้วย

1. ต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นทำก่อน (Be Proactive)

เวลาที่เราต้องการอะไร หรือต้องการจะเริ่มอะไรสักอย่าง จะต้องมีตัวกระตุ้น และตัวกระตุ้นจะทำให้เกิดการตอบสนอง ดังนั้น หากเราเป็นผู้เริ่มก่อน หรือเป็นตัวกระตุ้น การตอบสนองจะตามมา แต่การที่เราจะทำสิ่งใด ก็ควรอยู่ในขอบเขตที่ทุกคน สามารถยอมรับได้
(เช่น การไปเรียนที่มหาลัยด้วยตัวเอง เข้าทุกคลาสแม้จะไม่เช็คชื่อ เพราะเราเป็นผู้เริ่ม ผู้ตัดสินใจ)

2. เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ (Begin with the End in Mind)

 

การที่เราจะเริ่มต้น ก่อนอื่นมันมักจะมาจากสิ่งที่เราคิดในใจ หลักของ "เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ" นั้นคือการทำสองครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นในจิตใจ และครั้งที่สอง คือการทำให้สิ่งที่เราคิดเป็นจริง แต่การที่เราจะทุ่มแค่แรงใจอย่างเดียวก็ไม่สามารถเกิดประสิทธิผลได้ มันอยู่กับว่าเราเทความพยายามไปในสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ และต้องมีศูนย์รวมในตนเองและเป็นการที่เราดำเนินชีวิต และตัดสินใจได้จากฐานความชัดเจนในเป้าหมายชีวิตของเรา สามารถปฏิเสธอย่างไม่รุ้สึกผิดหากสิ่งนั้นไม่ตรงเป้าประสงค์หลักของเรา

3. ทำตามลำดับความสำคัญ (Put First Things First.)

อุปนิสัยที่ 3 เป็นเหมือนภาคปฏิบัติของ อุปนิสัยที่ 1 และ 2 ซึ่งมีทั้ง การจัดการบริหารเวลา, รู้จักปฏิเสธ, ตารางเวลา เพื่อให้เราทำสิ่งที่สำคัญมากที่สุดก่อน วิธีง่ายๆ ที่จะลองทำคือ เขียนรายชื่อสิ่งที่เราอยากทำ และ เราควรทำ ทำสัญญาลักษณ์แบ่งมันออกเป็น 3 ระดับ คือ สำคัญมากเร่งด่วน, สำคัญมากแต่ไม่เร่งด่วน, ไม่สำคัญมากแต่เร่งด่วน. และทำตามลำดับ สิ่งที่เป็นปัญหาคือเรามักจะถูกแทรกแซงความสนใจไปกับเรื่องที่เร่งด่วนแต่ อาจไม่สำคัญต่อเป้าหมายหลัก ส่วนเรื่องที่สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน เป็นการช่วยทำให้เพิ่มศักยภาพต่อการบรรลุเป้าหมายเช่น การออกกำลังกาย ใช้เวลาเพื่อการทบทวนเนื้อหาวิชานั้นเราละเลยไป เชื่อว่าหากเราค้นว่า "สิ่งใดที่จะทำให้เป้าหมายสำเร็จได้ดีขึ้น ณ วันนี้" เราจะทำสิ่งนั้นได้ และจะชัดเจนในการจัดการสิ่งที่เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญต่อเป้าหมายเราได้

4. คิดแบบ ชนะ/ชนะ (Think Win-Win)

จริงๆ แล้วมนุษย์มีกรอบความคิด 6 แบบที่กระทำต่อกัน หนึ่งในนั้นคือ การคิดแบบชนะ/ชนะ คือไม่มีผู้แพ้ เป็นข้อตกลงหรือการแก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นไปเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ทั้งสองฝ่าย แต่อย่างไรเสีย ก็ขึ้นอยู่กับสถาณการณ์แต่ละสถาณการณ์ ว่าควรใช้แบบอื่นหรือไม่ หากไม่สามารถหาข้อตกลงแบบ คุณก็ชนะ ฉันก็ชนะได้ ก็ตกลงว่า "จะไม่ตกลง" ณ ขณะนี้เพื่อลดสถานการณ์ที่ มีผู้หนึ่งผู้ใดต้องแพ้ จุดตั้งต้นคือต้องเห็นคุณค่าในตนเอง และเห็นความproactiveที่มีค่าของผู้อื่น (I'm Ok, You're Ok.)บทนี้เน้นการแก้ปัญหาโดยศาลควรเป็นทางเลือกท้ายสุดเพราะมีเพียง แพ้ หรือ ชนะ เท่านั้น
5. เข้าใจคนอื่นก่อนจะให้คนอื่นเข้าใจเรา (Seek First to Understand, Then to be Understood.)ก่อนบอกความต้องการหรือสิ่งที่เราคิดแล้วอยากให้ผู้อื่นยอมรับ เราต้องให้ความสำคัญและเข้าใจมุมมองของผู้อื่นต่อเรื่องนั้นๆอย่างลึกซึ้ง ก่อน ลดการปะทะกัน

 

6. ประสานพลังสร้างสิ่งใหม่ (Synergize)เกิดจากการยอมรับในคุณค่าของตนเอง และเข้าใจในความแตกต่างที่ผู้อื่นมีมุมมอง ลดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่สร้างสรรค์ซึ่งปิดกั้นความคิดดีๆของกลุ่มคนที่ อยู่ด้วยกัน มีเพียงความพยามในการเข้าใจในสิ่งที่ตอนแรกเหมือนจะไม่เห็นด้วยเท่านั้น

 

7. ลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ (Sharpen the saw)

การกระทำตามอุปนิสัยว่ายากแล้ว แต่การกระทำซ้ำๆ ให้สม่ำเสมอนั้นยากยิ่งกว่า เราจึงควรทำซ้ำเสมอ เหมือนการลับเลื่อยให้แหลมคมตลอดเวลา มีการเติมพลังใจ เชื้อเพลิง แรงบันดาลใจเสมอๆ

 

Web อ้างอิง

http://www.franklincovey.com/

edit @ 25 May 2009 10:18:19 by เถ้าแก่หนุ่ม

Comment

Comment:

Tweet

I have been visiting various blogs for my term papers assignment research. I have found your blog to be quite useful. Keep updating your blog with valuable information... Regards

#16 By term papers (182.178.0.2) on 2010-10-04 14:01

unLTVL <a href="http://baopjufmxnsb.com/">baopjufmxnsb</a>, [url=http://zajcmiavdkxz.com/]zajcmiavdkxz[/url], [link=http://wlzsrlemwydj.com/]wlzsrlemwydj[/link], http://mdfuzayjzunc.com/

#15 By lqNUgVAHfgD (82.194.82.170) on 2010-06-25 21:04

<a href="http://bglbdpucstydnwc.com">rrxohzvhotoishz</a> http://htbdthkddzokgss.com [url=http://lpanrbbsvmcihbf.com]wjbrgzumclskrty[/url]

#14 By fylmysvqoa (94.102.52.87) on 2010-06-14 01:11

หามาอ่านบ้างดีกว่า Hot!

#13 By hackerlife on 2009-05-26 12:50

ถ้าทำได้ก็ดีเลยconfused smile

#12 By wesong on 2009-05-26 00:45

ยินดีรับแลกเปลี่ยนความเห็นครับ กับคุณ #8

ในแง่ของ Steven R. Covey เขามีวิธีที่จะ "นำเสนอ"และเป็นผู้จัด คอร์สเทรนนิ่ง และเป็นเจ้าของรูปแบบการนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์วิดีโอ คลิป และได้จดลิขสิทธิ์รูปแบบการนำเสนอไว้แล้วครับ

ถ้าจะบอกว่าขโมยความคิดคงไม่ถูกนัก เหมือนกับการที่คนเขียนเผยแพร่ภูมิปัญญาทั้งตะวันตก ตะวันออก นำมาบูรณาการณ์กันและรู้วิธี "นำเสนอ" เสียมากกว่าน่าจะถูกครับ
ถ้าทำได้ ก็ยอดเลยเนอะ..

big smile

#10 By PunPrai on 2009-05-26 00:27

เปลี่ยนอุปนิสัยให้เข้าใกล้big smile

#9 By Meowzilla Zilla on 2009-05-25 17:43

ผมไม่ได้ต้องการแบ่งแยกตะวันออกตะวันตก...

เพียงแต่อาจมีมุมมอง globalization ที่ไม่เหมือนกับที่เถ้าแก่มอง...

ผมไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการรวมโลก....

สำหรับผม Globalization เป็นปรากฏการณ์ที่กว้างครอบจักรวาล....
เป็นการรวมทุกๆ อย่างไม่ว่าจะเป็น mercantilism capitalism แม้แต่ socialism เข้าไว้ด้วยกันในรูปแบบใหม่ ฯลฯ

มุมมองผมอาจจะผิดก็ได้

แล้วก็เป็นคนละประเด็นกับเรื่องหนังสือแนว How to ซึ่งผมมองว่า เป็นการจัดหมวดหมู่ บัญญัติคำศัพท์ จากการศึกษาและรวบรวมคติความรู้ที่มีใช้กันมา แล้วก็เป็นเจ้าของสิ่งนั้นไปเลย....

มุมมองนี้อาจจะคับแคบไปสักนิด...


ขอบคุณสำหรับการแลกเปลี่ยนครับ...
big smile
คนละเรื่องละมั้งครับ?
ระหว่างการรวมโลก รวม Knowledge ,sharing คนละเรื่องมังครับ กับการขโมย?

มาชาตินิยม แบ่งแยกตะวันตกตะวันออกแบบนั้นไงครับ ถึงได้เกิดสงคราม
เถ้าแก่กำลังจะบอกว่า Globalization เป็นคำสุภาพ ที่หมายถึง Plagiarism ได้ด้วย....


question
#3 โลกนี้มัน Globalization แล้วครับ หมดยุคของการแบ่ง ความคิดคนนั้นคนนี้ ภูมิปัญญาคนนี้คนนั้นแล้วล่ะครับ open-mounthed smile
อยากมีให้ครบทั้งเจ็ดนิสัยเลย
แต่ยังมิอาจ....เลยยังไม่ได้เป็นผู้ทรงอิทธิพล
open-mounthed smile open-mounthed smile

#4 By โต๊ะคิ้งส์ on 2009-05-25 11:06

เคยอ่านแล้ว....
รู้สึกเหมือนกับว่า พวกฝรั่งเอาภูมิปัญญาของจีนมาจัดหมวดหมู่....
big smile
ชอบอ่านหนังสือประเภทนี้เหมือนกัน เล่มนี้ต้องลองไปหามาอ่าน ขอบคุณค่ะ

#2 By yuuii on 2009-05-25 10:16

หนังสือเล่มนี้ อ่านแล้วชอบมากเลยค่ะconfused smile

#1 By Pat's Song on 2009-05-25 08:20